สนับสนุนเว็บไซต์ด้วยการกดดูสินค้าผ่านลิ้งค์ของเรา

รีวิวสั้นๆ
ทีวีซีรี่ย์ E7Q ของ Hisense หน้าจอควอนตัมดอทให้ภาพเฉดสีคมชัด ระบบปฏิบัติการ Vidaa ทำงานได้รวดเร็วเมื่อเทียบกับแอนดรอยด์ทีวีอื่น ถึงแม้จะมีจุดด้อยในด้านเสียงและความสว่าง แต่เมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายแล้ว ถือว่าคุ้มค่าแน่นอน
หลังจากได้ทดลองใช้งานทีวี E7Q ของ Hisense แทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นทีวีที่มีราคาเริ่มต้นเพียงหมื่นต้นๆ ด้วยภาพที่ได้มีเฉดสีคมชัด ไม่ว่าจะใช้เล่นเกมหรือดูกีฬา ภาพที่ได้ดูลื่นไหลไปหมด การใช้งานถือว่ารวดเร็วมาก เมื่อเทียบกับแอนดรอยด์ทีวี หรือกูเกิ้ลทีวี ตัวทีวีมีดีไซน์ที่เรียบง่าย ทำให้เข้ากับห้องได้ทุกแบบ
สิ่งที่เราชอบ
- ภาพที่ได้มีสีสันคมชัด และดูเป็นธรรมชาติ
- สมาร์ททีวีทำงานได้รวดเร็ว สามารถเปิดแอปได้โดยแทบจะไม่มีดีเลย์
- รองรับฟีเจอร์ ALLM และ VRR สำหรับการเล่นเกม
สิ่งที่เราไม่ชอบ
- คุณภาพเสียงที่ได้ขาดเสียงเบสที่หนักแน่น
- ระดับความลึกของสีดำดูแบนในฉากที่มืด
คุณภาพภาพ
คะแนน: 8.1/10
- รองรับ HDR ทุกรูปแบบ
- ควอนตัมดอทให้สีสันสมจริง
- ระดับความลึกของสีดำทำได้ไม่ดีนัก
สิ่งแรกที่เห็นหลังจากเปิดทีวีคือ ภาพที่ได้มีสีสันที่ชัดเจนและดูเป็นธรรมชาติ ตัวทีวีรองรับ HDR ทุกรูปแบบ สามารถดูหนัง HDR ได้ไม่ว่าจะเปิดจากแอปไหน ภาพที่ได้มีความคมชัด
ตัวทีวีมี AI ที่ช่วยสมูทภาพ ซึ่งส่วนตัวให้ว่าสามารถทำได้ดีพอสมควร ภาพที่ได้มีความลื่นไหลกว่าปกติ แต่อาจจะดูไม่สมจริงสำหรับบางท่าน
จุดด้อยของภาพที่ได้คือ ระดับความลึกของสีดำทำได้ไม่ค่อยดีนัก สีดำของภาพที่ได้ค่อนข้างเรียบ ฉากหนังที่มีสีดำเยอะๆ จึงดูแบนไปหมด อีกจุดหนึ่งด้อยคือ ทีวีมีความสว่างเพียง 330 nits ทำให้ในห้องที่มีแสงสว่างมากๆ อาจจะแสดงภาพออกมาได้ไม่ดีนัก
คุณภาพเสียง
คะแนน: 7.0/10
- คุณภาพเสียงจากลำโพงในตัวทำได้ดีพอตัว
- ลำโพงยังขาดเสียงเบสที่หนักแน่น
แม้ว่าคุณภาพเสียงจะไม่ใช่จุดขายของทีวีตัวนี้ ด้วยลำโพงภายในตัว เสียงที่ได้ไม่ว่าจะเป็นเสียงบทสนทนา หรือเสียงดนตรี ถือว่าทำได้ดีพอตัว แต่ไม่ถึงกับเยี่ยมยอด
Dolby Atmos ช่วยทำให้เสียงจากลำโพงเหมือนมาจากหลากหลายทิศทาง แต่ก็ทำได้ในระดับหนึ่ง ด้วยข้อจำกัดของลำโพง Built-in
เสียงจากทีวีค่อนข้างขาดเสียงเบสที่หนักแน่น ทำให้ฉากหนังที่ต้องการเสียงเบส เช่น เสียงระเบิด หรือฉากบิ้วดราม่า ทำได้ไม่ดีนัก
สรุปแล้วหากใช้งานทั่วไป ลำโพงในตัวทีวีถือว่าโอเค แต่หากต้องประสบการณ์การดูหนังที่ดี ควรเพิ่มเติมซาวด์บาร์
ดีไซน์และวัสดุ
คะแนน: 8.1/10
- ดีไซน์เรียบง่ายและทันสมัย ขอบจอมีขนาดเล็ก
- วัสดุตัวทีวีทำมาจากพลาสติกที่มีความแข็งแรง
ทีวีมีดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย ทันสมัย ขอบจอมีขนาดเล็กรอบจอ ทำให้สายตาโฟกัสที่ภาพในจอได้อย่างชัดเจน ส่วนความหนาอยู่ที่ประมาณ 6-7 ซม. ถือว่าไม่ได้หนามาก แต่ก็ไม่ได้บาง
ขาตั้งที่มากับทีวีมีขนาดเล็ก ไม่กินพื้นที่ แต่ก็แข็งแรงมั่นคงดี ทีวียังตั้งอยู่ได้แม้ว่าบังเอิญเดินชน
ตัววัสดุทีวีทำมาจากพลาสติกเพื่อลดต้นทุน ทำให้ทีวีมีราคาถูก แต่พลาสติกที่ใช้มีความแข็งแรงและคงทน แต่อาจไม่ให้ความพรีเมี่ยมเท่าทีวีตัวท็อป
การใช้งาน
คะแนน: 8.3/10
- Vidaa OS ทำงานได้รวดเร็วและลื่นไหล
- เปิดแอปต่างๆ ได้โดยแทบไม่มีดีเลย์
ทีวีของ Hisense ตัวนี้ใช้ระบบปฏิบัติการ Vidaa ความเร็วและความลื่นไหลถือว่าทำได้ดีเยี่ยม เมื่อเทียบกับแอนดรอยด์ทีวีตัวอื่น ถึงแม้ว่าตัวเลือกแอปอาจมีน้อยกว่า แต่แอปที่จำเป็นต้องใช้งานนั้นมีอย่างครบถ้วน
หน้าจอการใช้งานของ Vidaa สามารถเข้าใจได้อย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่น่าประทับใจเป็นอย่างมากคือ เมื่อลองเปิดแอปต่างๆ ดูแล้ว แทบจะไม่มีการดีเลย์ เทียบกับแอนดรอยด์ทีวีทั่วไปที่มักจะมีการดีเลย์เมื่อเปิดแอป
ตัวทีวีมีช่อง HDMI 3 ช่อง เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป การเชื่อมต่อ WiFi มีความเสถียร สามารถดูหนัง 4K ผ่าน WiFi ได้อย่างไม่มีการกระตุก
43 นิ้ว (43E7Q) เหมาะกับห้องขนาดเล็ก ระยะห่างจากทีวี 1.6-2.2 เมตร
50 นิ้ว (50E7Q) เหมาะกับห้องขนาดกลาง ระยะห่างจากทีวี 1.9-2.6 เมตร
55 นิ้ว (55E7Q) เหมาะกับห้องขนาดกลาง ระยะห่างจากทีวี 2.0-2.8 เมตร
65 นิ้ว (65E7Q) เหมาะกับห้องขนาดใหญ่ ระยะห่างจากทีวี 2.4-3.3 เมตร
75 นิ้ว (75E7Q) เหมาะกับห้องขนาดใหญ่ ระยะห่างจากทีวี 2.8-3.8 เมตร
85 นิ้ว (85E7Q) เหมาะสำหรับโฮมเธียเตอร์ ระยะห่างจากทีวี 3.2-4.6 เมตร
เช็คราคา

TCL 4K QLED รุ่น T6C
ทีวี QLED ซีรี่ย์ของ TCL นี้มีราคาที่ใกล้เคียงกับ Hisense E7Q และให้ภาพที่ใกล้เคียงกัน อ่านรีวิวเต็ม

SAMSUNG 4K QLED รุ่น Q7F4
Samsung Q7F Series มีราคาที่สูงขึ้นมาเมื่อเทียบกับแบรนด์อย่าง Hisense หรือ TCL ทีวีตัวนี้ค่อนข้างมีความเสถียรในการใช้งานด้วยระบบปฏิบัติการ Tizen ในเรื่องของภาพถือว่าสู้กับ Hisense ได้สูสี แต่การแสดงระดับสีดำทำได้ไม่ดีนัก ทำให้การดูหนังในห้องมืดอาจไม่ใช่จุดเด่นของทีวีนี้ อ่านรีวิวเต็ม