สนับสนุนเว็บไซต์ด้วยการกดดูสินค้าผ่านลิ้งค์ของเรา

รีวิว Philips AC3220/10
รีวิวสั้นๆ
เครื่องฟอกอากาศ Philips AC3220/10 ใช้ฟิลเตอร์ 2 ชิ้นในการกรองฝุ่น ช่วยให้มีประสิทธิภาพสูง โดยตัวเครื่องครอบคลุมพื้นที่ถึง 135 ตร.ม. การใช้งานทำได้ง่ายผ่านแอป Philips Air+ ตัวเครื่องมีคุณภาพดี แม้ว่าจะไม่กินไฟมาก แต่ไส้กรองยังมีราคาสูงกว่าเครื่องฟอกอากาศรุ่นอื่น
เครื่องฟอกอากาศ Philips AC3220/10 เป็นเครื่องฟอกอากาศพรีเมี่ยม เหมาะสำหรับการใช้ในห้องขนาดใหญ่ ด้วยอัตราการฟอกอากาศที่สูงและประสิทธิภาพการฟอกอากาศก็ดีเช่นเดียวกัน
สิ่งที่เราชอบ
- ประสิทธิภาพการฟอกอากาศสูง
- ครอบคลุมพื้นที่กว้าง
- กินไฟเพียง 36W
สิ่งที่เราไม่ชอบ
- ไส้กรองราคาแพง
- ตัวเครื่องมีราคาสูงกว่าเครื่องฟอกตัวอื่น

Philips AC3220/10
รูปจาก Philips
ประสิทธิภาพ
คะแนน: 9.2/10
- ใช้ฟิลเตอร์ 2 ชิ้นในการกรองฝุ่น
- สามารถลดระดับ PM2.5 ได้ 96% ในหนึ่งชั่วโมง
- ครอบคลุมพื้นที่ 135 ตร.ม.
Philips AC3220/10 แตกต่างจากเครื่องฟอกอากาศอื่นโดยมีการใช้ฟิลเตอร์ 2 ชิ้นในการกรอง ช่วยให้ได้ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น
โดยไส้กรองทั้งสองประกอบด้วยแผ่นกรอง 3 ชั้น ได้แก่ Pre-Filter สำหรับการกรองฝุ่นขนาดใหญ่ เส้นผม และขนสัตว์ HEPA NanaProtect สำหรับการกรองฝุ่นอนุภาคขนาดเล็ก ละอองเกสร และแบคทีเรีย และ Active Carbon ช่วยในการดูดซับกลิ่นเหม็น และกลิ่นควัน
สำหรับประสิทธิภาพการฟอกอากาศถือว่าทำได้ยอดเยี่ยม โดยในห้องขนาด 32 ตร.ม. เครื่องฟอกอากาศตัวนี้สามารถลดระดับ PM2.5 จาก 100 µg/m³ เหลือเพียง 3.6 µg/m³ ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง และช่วยเพิ่มคุณภาพอากาศได้ถึง 96%
โดยเครื่องฟอกอากาศตัวนี้มีอัตราการฟอกอากาศสูงถึง 520 m³/h พร้อมกับพัดลมสองชุด ทำให้ครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 135 ตร.ม.
ความคุ้มค่า
คะแนน: 8.3/10
- เครื่องฟอกอากาศกินไฟเพียง 36W
- ไส้กรองมีราคาสูง ใช้งานได้ 12 เดือน
ในการวัดความคุ้มค่า เราได้แบ่งเป็นการคิดค่าไฟและค่าไส้กรองที่ต้องใช้จ่ายในแต่ละเดือน
สำหรับค่าไฟ ตัวเครื่องฟอกนี้กินไฟไม่มากเลยเมื่อเทียบกับขนาดและอัตราการฟอกอากาศ โดยกำลังไฟฟ้าอยู่ที่ 36W ซึ่งหากเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง จะคิดเป็นค่าไฟเพียงเดือนละประมาณ 100 บาท
แน่นอนว่าในการใช้งานจริงเราไม่ได้ใช้งานที่ความเร็วลมสูงสุดตลอดเวลา ทำให้ค่าไฟที่ต้องจ่ายจริงถูกกว่า 100 บาท
ไส้กรองของเครื่องฟอกอากาศตัวนี้มี 2 ชิ้น ทำให้มีราคาที่สูงกว่าไส้กรองโมเดลอื่นของ Philips โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 2,900 บาท
โดยไส้กรองสามารถใช้งานได้ 12 เดือน ทำให้ค่าใช้จ่ายไส้กรองอยู่ที่เดือนละ 240 บาท รวมกับค่าไฟแล้วค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ที่ 340 บาทต่อเดือน
โดยรวมแล้วแม้ว่าจะเป็นเครื่องฟอกอากาศที่กินไฟไม่มาก แต่ค่าไส้กรองค่อนข้างแพงกว่าเครื่องฟอกอากาศรุ่นอื่น แต่ก็แลกมาด้วยพื้นที่ในการกรองครอบคลุมกว้างขวาง

Philips AC3220/10
รูปจาก Philips
การใช้งาน
คะแนน: 9.0/10
- สามารถควบคุมได้ผ่านตัวเครื่องและผ่านแอป
- มีการแสดงตัวเลขค่าฝุ่น PM2.5 ภายในห้อง
เครื่องฟอกอากาศตัวนี้สามารถควบคุมได้ผ่านแผงควบคุมด้านบนตัวเครื่อง และผ่านแอป Philips Air+
โดยการควบคุมผ่านตัวเครื่องสามารถทำได้ง่ายผ่านปุ่มกดที่อยู่ด้านบน ตัวเครื่องมีตัวเลขแสดงค่า PM2.5 ภายในห้อง พร้อมกับไฟ LED ที่แสดงสีตามระดับ PM2.5 นอกจากนี้ ไฟ LED ที่ด้านบนของเครื่องสามารถใช้งานเป็นโคมไฟได้ด้วย
ในการควบคุมผ่านแอป สามารถตั้งค่าเวลาการทำงานของเครื่องได้ ตัวเครื่องมีโหมด Auto ที่จะเพิ่มความแรงลมตามระดับฝุ่น PM2.5 ในห้อง โหมด Sleep ที่จะลดเสียงการทำงานของเครื่องช่วยให้ไม่รบกวนการนอนหลับ และโหมด Allergy Sleep สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ได้ง่าย โดยเครื่องเร่งระดับความแรงจากโหมด Sleep แต่ยังคงเสียงที่เงียบอยู่
คุณภาพสินค้า
คะแนน: 9.0/10
- ตัวเครื่องมีขนาดไม่ใหญ่และไม่เล็ก
- ใช้วัสดุเกรดดีที่มีความมั่นคงและแข็งแรง
ตัวเครื่องฟอกมีขนาดไม่ใหญ่และไม่เล็ก โดยน้ำหนักอยู่ที่ 6.2 กิโลกรัม สามารถเคลื่อนย้ายได้ แต่ยังขาดที่จับสำหรับการใช้ยกเคลื่อนย้าย
ดีไซน์ของเครื่องมีความทันสมัยด้วยสีเงินสลับดำและสีขาวที่ด้านบนและล่างของตัวเครื่อง
สำหรับวัสดุที่ใช้มีเกรดดีสมราคา โดยตัวเครื่องมีความมั่นคงและแข็งแรง หน้าจอควบคุมสามารถใช้ได้ง่าย
ตัวเซ็นเซอร์ฝุ่นเป็น Optical Sensor อยู่ที่ด้านหลัง จำเป็นต้องมีการทำความสะอาดทุก 2 เดือน เพื่อให้ค่าฝุ่นที่อ่านได้มีความแม่นยำ
Philips AC3200/10

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Pro
หากกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศที่ราคาต่ำลงมา แต่ประสิทธิภาพดีไม่แพ้กัน เราแนะนำ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Pro อ่านรีวิวเต็ม

เครื่องฟอกอากาศ Levoit Vital 200S
หากไม่ได้ใช้งานในห้องขนาดใหญ่มาก เราแนะนำเป็น Levoit Vital 200S อ่านรีวิวเต็ม